ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot


http://www.lawyerscouncil.or.th


สมัครใจทะเลาะวิวาทกัน ผลคือเจ็บตัวฟรี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  10294/2546
 นาง วงเดือน ทัศดร
      โจทก์
 
นาย สงัด ยศราวาส กับพวก
      จำเลย
 

ป.พ.พ. มาตรา 420

ป.วิ.อ. มาตรา 46

          คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีส่วนอาญาว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์คดีนี้กับจำเลยที่ 1 และพวกต่างมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน และได้มีการด่าว่าโต้เถียงกัน จนในที่สุดได้มีการทำร้ายร่างกายกันจึงเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทกัน ศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าว เมื่อฟังว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 สมัครใจทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกัน เป็นกรณีที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจเข้าเสี่ยงภัยยอมรับอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ตนจากการทะเลาะวิวาทนั้น แม้โจทก์ได้รับบาดเจ็บก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1กระทำละเมิดต่อโจทก์

 ________________________________

 
          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2538 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันทำร้ายร่างกายโจทก์โดยมีเจตนาฆ่า โดยจำเลยที่ 2 จับและกอดรัดตัวโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ใช้มีดโต้เป็นอาวุธฟันโจทก์ถูกที่บริเวณศีรษะ ลำคอด้านหลังบริเวณใบหู ลำตัวด้านหลัง แขนซ้ายและแขนขวา แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้ไม้ตีโจทก์ถูกบริเวณศีรษะและลำตัว ส่วนจำเลยที่ 4ชกใบหน้าโจทก์และผลักโจทก์ล้มลงจนศีรษะกระแทกพื้น ทำให้โจทก์หมดสติ โจทก์ไม่ถึงแก่ความตายเพราะแพทย์สามารถช่วยชีวิตได้ทัน แต่เป็นเหตุให้ใบหูด้านขวาขาดมีบาดแผลจากคมมีดบริเวณศีรษะด้านหลังถึงลำคอด้านหลังยาว 7 นิ้ว ลึก 2 นิ้ว ลึกถึงกล้ามเนื้อคอ กระดูกคอ และกะโหลกศีรษะ กับบาดแผลที่ลำตัวด้านหลัง ที่แขนซ้ายและแขนขวา เป็นเหตุให้เส้นประสาทที่มีหน้าที่บังคับปากและแขนขวาใช้การไม่ได้ ทำให้ปากเบี้ยวและแขนขวาใช้การไม่ได้ตามปกติตลอดชีวิต โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาบาดแผลเป็นเงิน 30,000 บาท แต่ปัจจุบันโจทก์ยังมีอาการเจ็บปวดต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอยู่ตลอดแพทย์ให้ความเห็นว่าไม่สามารถรักษาแขนขวาให้ทำงานได้ตามปกติทำให้โจทก์ต้องทุพพลภาพไปตลอดชีวิต โจทก์ขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน250,000 บาท แพทย์ให้ความเห็นว่าไม่สามารถรักษาปากโจทก์ให้หายเบี้ยวได้ ทำให้โจทก์เจ็บปวดและทุพพลภาพไปตลอดชีวิต โจทก์ขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้ 250,000บาท โจทก์ปากเบี้ยวทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว โจทก์ขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน 100,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 630,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

          จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 2 และที่ 4โจทก์เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกันกับจำเลยที่ 3 นายเลื่อน ธรรมรัตน์ เป็นพี่โจทก์ วันเกิดเหตุ โจทก์และนายเลื่อนใช้ไม้ขาเก้าอี้และไม้ไผ่ตีทำร้ายจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จะเข้าไปห้ามและป้องกันไม่ให้โจทก์ทำร้ายจำเลยที่ 2 แต่โจทก์และนายเลื่อนกลับเข้ามาทำร้ายจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงป้องกันตัวเองโดยใช้มีดที่ถือมายกขึ้นรับไว้ ทำให้มีดถูกโจทก์และเกิดการชุลมุลกันจำเลยที่ 3 เข้าไปอุ้มบุตรจำเลยที่ 2 ซึ่งอยู่ในที่ชุลมุนดังกล่าวเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยจำเลยที่ 3 ไม่ได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ จำเลยที่ 4 เพียงแต่เข้าไปพาจำเลยที่ 3 และโจทก์ออกจากที่ชุลมุนกันเพื่อนำไปรับการรักษา โดยจำเลยที่ 4 ไม่ได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ มูลเหตุที่โจทก์ทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพราะโจทก์เข้าใจว่าจำเลยทั้งสี่ยุยงให้นางเฟื่องซึ่งเป็นมารดาโจทก์ฟ้องเพิกถอนการให้ที่ดินเพราะเหตุที่นายเลื่อนประพฤติเนรคุณทั้งโจทก์เป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่ ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25มีนาคม 2539) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 ใช้แทนเพียงเท่าที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวมเป็นเงิน 10,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ


          จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้


          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 2 และที่ 4 โจทก์ นายเลื่อน ธรรมรัตน์ และจำเลยที่ 3 เป็นพี่น้องกันวันเกิดเหตุโจทก์และนายเลื่อนทะเลาะวิวาทกับจำเลยทั้งสี่ เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมจำเลยทั้งสี่ไปดำเนินคดี ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดหนองคายได้ฟ้องคดีอาญาต่อศาลชั้นต้น 2 คดี คดีแรก พนักงานอัยการจังหวัดหนองคายฟ้องนายเลื่อน โจทก์คดีนี้และนายบัวหลั่น คุธินาคุณ เป็นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามลำดับ ข้อหาความผิดต่อร่างกายโดยมีจำเลยที่ 1 คดีนี้เป็นโจทก์ร่วม ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1001/2538 หมายเลขแดงที่ 3356/2539 ของศาลชั้นต้น ซึ่งต่อมาเป็นคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1181/2542คดีที่สอง พนักงานอัยการจังหวัดหนองคายฟ้องจำเลยทั้งสี่คดีนี้เป็นจำเลย ข้อหาความผิดต่อชีวิต พยายาม ความผิดต่อร่างกาย โดยมีโจทก์คดีนี้และนายเลื่อนเป็นโจทก์ร่วม ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1377/2538 หมายเลขแดงที่ 3423/2539 ของศาลชั้นต้น ซึ่งต่อมาเป็นคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 6828/2542 คดีนี้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ 2 ข้อ คือ 1. จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจงใจทำร้ายโจทก์ตามฟ้องหรือไม่และ 2. โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่ได้หรือไม่ เพียงใด ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบคู่ความเกี่ยวกับประเด็นข้อแรกคู่ความแถลงร่วมกันว่า ให้ถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1377/2538 ของศาลชั้นต้นเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นจึงให้คู่ความนำสืบเฉพาะประเด็นเรื่องค่าเสียหาย


          จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อแรกว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา คือคดีอาญาหมายเลขแดงที่3423/2539 ของศาลชั้นต้น โดยรับฟังว่าโจทก์เป็นผู้เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะวิวาทโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 คดีส่วนอาญาคือคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1377/2538 หมายเลขแดงที่ 3423/2539ของศาลชั้นต้น ซึ่งต่อมาคือคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 6828/2542 อีกทั้งคู่ความแถลงร่วมกันว่าให้ถือข้อเท็จจริงในคดีนี้ตามที่ปรากฏในคดีอาญาดังกล่าวเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วดังนี้เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีส่วนอาญาในคำพิพากษาฎีกาที่ 6828/2542 ว่าข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่พนักงานอัยการจังหวัดหนองคายและโจทก์คดีนี้นำสืบว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์คดีนี้กับจำเลยที่ 1 และพวกต่างมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน และได้มีการด่าว่าโต้เถียงกัน จนในที่สุดได้มีการใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายกันจึงเป็นเรื่องสมัครใจเข้าวิวาทกัน คดีนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าว เมื่อฟังว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 สมัครใจทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกัน เป็นกรณีที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจเข้าเสี่ยงภัยยอมรับอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ตนจากการทะเลาะวิวาทนั้น แม้โจทก์ได้รับบาดเจ็บก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังขึ้นและคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนไป

          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทั้งสามศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4"

 ( ปัญญา ถนอมรอด - วรนาถ ภูมิถาวร - ชุติมา จงสงวน )

 

 


ชื่อ - สกุล :
email :
โทรศัพท์ บ้าน / มือถือ :



Video Youtube/คำพิพากษา/ข่าวเด่น/ กฎหมาย ที่หน้าสนใจ

บทสัมภาษณ์ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์
แก้กฏหมายหมิ่นศาล?
ศูนย์ไกล่เกลียข้อพิพากษาในศาลแพ่ง
ขั้นตอนและวิธีไกล่เกลียข้อพิพากในศาล
อดีตผู้พิพากษา สถิตย์ ไพเราะ 1/2
จับเช่าซื้อรถขายต่อคดีเพียบ
ภาพเหตุการณ์ กรณีรถชนหมอมุก
กรณีขับรถชน หมอมุก
อุทธรณ์แก้ “เกริกเกียรติ” โกงบีบีซีคืนเงิน 128 ล.-คุก 20 ปีตามเดิม!
การเลือกตั้งไม่ใช่การแก้ปัญหาชาติ
พระรักเกียรติ รักขิตะธัมโม
อัยการสอบมือถือ “แพรวา” เปิดใช้ขณะเกิดเหตุ 9 ศพหรือไม่?
แพรวาสัมภาษณ์กรณีรถตู้ตกทางด่วน
ธรรมะสำหรับคนรวย
ภารกิจปลิดชีพ โอซามา บินลาเดน
ถอนประกันตัว จตุพร
ประวัติพระอาจารย์มานพ อุปสโม/Video Youtube
จิตดวงสุดท้าย/Video Youtube
ศาลฎีกาไม่รับคำร้องของเต๋า-สมชาย เข็มกลัด ในคดีตื้บ โกตา พร้อมสั่งขัง 15 วัน แม่ เมีย ดอดเยี่ยม
จำคุก นาธาน โอมาน 2 ปี/youtube
ศาลฎีกาตัดสินประหารพล.ต.ท.ชลอ/Youtube
ประหาร ชีวิต นักโทษ/Youtube
ซิ่ง ชน เละ เรื่องจริงผ่านจอ/Video Youtube
กฎจราจร ต้องเคารพ/Video Youtube
ปัญหา "จับลิขสิทธิ์"/Video Youtube
เรือนธรรม กัลยาณมิตรที่แท้ พอจ คึกฤทธิ์ โสตถิผโล 01 09/Video Youtube
ศาลเบิกตัวผู้ต้องหาคดีฆ่าเจ้าของร้านทองเพชรรัตน์/Video Youtube
ศาลตัดสินจำคุก20ปีดคีฆ่าเสี่ยร้านทองบางบ่อ/Video Youtube
อวสาน "นมไทย-เดนมาร์ค" ศาลสั่งล้มละลาย!!
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนกักขังพระเอก เต๋า-สมชาย เข็มกลัด คดีตื้บ "โกตา" 15 วัน
ยกฟ้อง!! กทม.ประกาศยกเลิกตำแหน่งกำนัน-ผญบ.
ศาลแพ่งคืนเงินทุจริตที่ดินรัชดา/Video Youtube
ตำรวจยัดยาบ้า /Youtube Video
เจริญสติในชีวิตประจำวัน หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช/Youtube Video
สั่งจำคุก 3 ปี พธม ขับรถทับตำรวจ/Youtube Video
สั่งจำคุกสนธิ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา/Youtube Video
Zen 2010 ธรรมะ/Video Youtube
พ ร บ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค/Video Youtube
อาลัย ''ทองใบ ทองเปาด์'' /Video Youtube
คดียึดทรัพย์ ทักษิณ/Video Youtube
ศาลสั่งจำคุกสัปเหร่อวัดไผ่เงิน20ปี ความผิด 2002 กระทง อีกคนยังปฏิเสธ
ตัดสินจำคุก นายวีระ สมความคิด 8 ปีพร้อมปรับเป็นเงิน ปรับ1ล้าน 8แสนเรียล
ศาลพิพากษาจำคุก พระเอกไฮโซดัง ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา 2 ปี
ศาลสั่งประหาร!! ตร.ประชาชื่นยิงจ่อหัว สห.
ศาลสั่งประหารชีวิตค้ายาบ้ายิง 2ตำรวจดับ
คำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับผู้จัดการมรดก
ศาลสั่งจำคุกสนธิ ลิ้มทองกุล 1 ปีไม่รอลงอาญา
เหตุสมควรลดเบี้ยปรับภาษีธุรกิจเฉพาะ
รายจ่ายต้องห้าม การเรียกเก็บเบี้ยปรับ
อำนาจประเมินภาษีนิติบุคคล
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ข้อตกลงที่สิ้นผลผูกพัน
ห้ามทำสัญญาจ้างแรงงานขัดหรือแย้งกับข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
หนังสือเตือนไม่ใช่โทษ
เหตุหย่า สมัครใจแยกกันอยู่
กำหนดเวลาหนี้ต้องทำให้ชัดเจน
ทำสัญญายอมเช็คในคดีแพ่ง คดีอาญาระงับ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สำนักงานทนายความชูศักดิ์ พุทธรักษ์ และเพื่อน
255 ถนนวัดเวฬุวนาราม แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
Mobile Phone:(66) 81 928 0163 Email:chusaklaw@gmail.com
ติดต่อ WEBMASTER ที่ Email:chusaklaw@gmail.com, Line Id. chusak1965
สำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกา
C.L.INTERNATIONAL LAW OFFICE CO.,LTD.
3407 W North A St. Tampa, FL, U.S.A. 33609-2252
Email:chusaklaw@gmail.com, www.chusaklaw.com
Skype : chusak1234, Line Id. chusak1965