ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านและที่ดิ...

ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านและที่ดินที่สามียกให้ภรรยาเป็นของหมั้น


แฟนพึ่งได้รับบ้านและที่ดินจากการให้ของพ่อและแม่ ซึ่งเป็นบ้านที่แฟนและพ่อแม่ได้อยู่อาศัยและมีชื่อในทะเบียนบ้านมากว่า20ปี แต่แฟนพึ่งจะไปรับโอนมาเป็นทรัพย์สินของตนเองเมื่อสามเดือนก่อน

หนูกะแฟนตกลงจะแต่งงานกัน แต่แม่บอกว่าไม่มีเงินไปขอนะลูก มีแต่บ้านหลังที่อยู่นี้แม่คุยกะพี่ซึ่งเป็นแฟนหนูว่าจะยกให้เป็นของหมั้น ไม่มีงานแต่งเพราะไม่ค่อยมีเงินนัก

พอไปจดทะเบียนสมรส ทางทะเบียนก็สอบถามเรื่องทรัพย์สิน แฟนหนูก็แจ้งทะเบียนไปว่ามีบ้านและที่ดินของตนจะขอให้ภรรยาเป็นของหมั้นต้องทำอย่างไร ทะเบียนก็แนะนำว่าให้จดเป็นบันทึกสัญญาตอนจดสมรสเลย เป็นใบที่สองแยกจากทะเบียนสมรส ระบุว่าฝ่ายชายสามียินยอมมอบทรัพย์สินบ้านและที่ดินโฉนด...ของตนให้แก่ฝ่ายหญิงผู้เป็นภรรยาไว้เป็นของหมั้น

จากนั้นหนูกะสามีก็ไปที่ดินขอให้ที่ดินแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินนี้ เพื่อที่จะกลับมาเก็บเงินเตรียมไปโอน สามีบอกที่ดินว่ามีจดทะเบียนสมรสแล้ว สามีจะขอโอนบ้านและที่ของตนให้ภรรยาต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไร เท่าไหร่ ที่ดินก็แจ้งว่าให้เตรียมมา 3.5% มีค่าโอน0.5%+อากร0.5%+ภาษีเงินได้อีก2.5%

หนูกะสามีกลับมาแล้วก็เก็บเงินเตรียมไปโอนกัน แต่พอวันไปโอนจริง ที่ดินบอกต้องเสียภาษีธุระกิจเฉพาะอีก3.3%ให้
ไปหาเงินมาเพิ่มอีก เราเลยไม่ได้โอนเพราะไม่มีเงินพอ หนูเลยงงว่าสรุปแล้วจริงๆในการโอนกรณีนี้ต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมด3.5%+3.3%เป็น6.8% เลยหรอคะ ซึ่งมันเป็นจำนวนเยอะมากๆสำหรับครอบครัวเรา

หนูไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย หนูไม่เข้าใจการคิดค่าใช้จ่ายที่ถูกต้อง เลยลองหาเบอร์ทนายอาสา ได้โทรไปหาอาจารย์กฤษณ์ ท่านก็กรุณาใจดีรับฟังและช่วยอธิบายแนะนำให้ หนูเล่ารายละเอียดทุกอย่าให้ท่านฟังตามที่เขียนมา ท่านถามหนูว่าแล้วเราได้เอาสัญญาบันทึกตอนแต่งให้ที่ดินดูมั้ย หนูบอกไม่ได้ให้ดู เพราะที่ดินเค้าให้เอาแค่สำเนาบัตรปะชาชนกะทะเบียนบ้านของสามีภรรยา แล้วก็ทะเบียนสมรสหน้าแรกให้ที่ดินไปเท่านั้น ท่านแนะนำว่า ในกรณีของหนูเป็นการให้โดยเสน่หาตามธรรมเนียมประเพณีคือ มีแต่งงานจดทะเบียนสมรถและทรัพย์สินนี้ได้ถูกบันทึกว่าสามีให้ภรรยาเป็นของหมั้น เข้าข่ายมาตรา42(10)เป็นการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรืโอกาสในขนบประเพณีสามารถได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา42(10)จะเสียค่าใช้จ่ายในการโอนเหมือนพ่อแม่โอนที่ดินให้ลูกผู้สืบสันดานเลย คือ ค่าโอน0.5%+อากร0.5% แต่ค่าภาษีธุระกิจเฉพาะอีก3.3%ท่านไม่แน่ใจ ท่านบอกท่านไม่ชัวร์

ท่านเลยบอกให้หนูจดชื่ออาจารย์ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรมให้เซิร์ทหาทางเนต แล้วเขียบถามท่านโดยตรงจะดีที่สุด ท่านว่าทางกฎหมายภาษีนี้ ในทางศาลและทนาย ยกให้อาจารย์ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม เป็นเกจิในเรื่องนี้ ให้ถามอาจารย์ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรมท่านแล้วจะเครียร์ทุกอย่างได้ ท่านเก่งที่สุดแล้ว หนูไม่ได้โกหกนะคะ ท่านพูดแบบนี้จริงๆ หนูสามารถให้เบอร์โทรอาจารย์กฤษณ์ได้ ท่านน่ารักและใจดี สอนหนูหลายเรื่องเลยด้วยค่ะ

หนูเลยตั้งใจเขียนมาปรึกษา ขอคำแนะนำที่ถูกต้องจากอาจารย์ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรมโดยตรงเลยค่ะ ท่านยังบอกอีกว่า ถามอาจารย์ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรมนี่ชัวร์กว่าทางที่ดินอีกค่ะ หนูอยากจะทราบว่าจริงๆแล้วในกรณีของหนูถ้าหนูเอาใบบันทึกสัญญาตอนสมรสไปยื่นในการโอนครั้งหน้าด้วยนี่ หนูจะได้สิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้2.5%ตามมาตรา42(10)ด้วยมั้ยคะ แล้วจริงๆหนูจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโอนทั้งหมดเท่าไหร่ อะไรบ้างคะ

ขอโทษค่ะหนูลืมบอกราคาทุนทรัพย์และราคาประเมินของบ้านและที่ดินที่สามีจะโอนให้หนูคือ 695,980บาทค่ะ

หนูขอขอบคุณมากๆนะคะที่ท่านจะกรุณาให้ความกระจ่างแก่ผู้ไม่รู้แจ้ง ขอบคุณนะคะ

บีค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ บี :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-23 16:44:37 IP : 110.168.85.57


[1]

ความเห็นที่ 1 (3375251)

หนูกะสามีกลับมาแล้วก็เก็บเงินเตรียมไปโอนกัน แต่พอวันไปโอนจริง ที่ดินบอกต้องเสียภาษีธุระกิจเฉพาะอีก3.3%ให้
ไปหาเงินมาเพิ่มอีก เราเลยไม่ได้โอนเพราะไม่มีเงินพอ หนูเลยงงว่าสรุปแล้วจริงๆในการโอนกรณีนี้ต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมด3.5%+3.3%เป็น6.8% เลยหรอคะ ซึ่งมันเป็นจำนวนเยอะมากๆสำหรับครอบครัวเรา

ตอบ ผมเอาหลักเกณฑ์การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะมาให้ศึกษาดูก่อน ครับ

 ภาษีธุรกิจเฉพาะ

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 
                 ๑. คำว่า "ขาย" ในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ หมายความรวมถึง สัญญาจะขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่ายจ่ายโอน ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ 

                ๒. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังต่อไปนี้  เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 

                     (๑) การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน 
                     (๒) การขายห้องชุดของผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด 
                     (๓) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารดังกล่าว 
                     (๔) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (๑) (๒) หรือ (๓) เฉพาะกรณีที่มีการแบ่งขายหรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย  โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น  หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว 
                     (๕) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการเฉพาะของนิติบุคคล ตามมาตรา ๗๗/๑ แห่งประมวลรัษฎากร 
                     (๖) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ที่ได้กระทำภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น

                ๓. การจดทะเบียนขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ  มีดังนี้ 

                    (๑) การขายที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๒ และจดทะเบียนขายเกินกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ 
                    (๒) การขายหรือการถูกเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ 
                    (๓) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก 
                    (๔) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น 
                           ในกรณีที่ที่ดินและอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตาม (๔) ได้มาไม่พร้อมกัน กำหนดเวลาห้าปี ให้ถือตามระยะเวลาการได้มาซึ่งที่ดินหรืออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาภายหลัง
                     (๕) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่ บุตรชอบด้วยกฎหมายของตน แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม 
                     (๖) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ทางมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรมซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม 
                     (๗) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลตามมาตรา ๒ แห่งประมวลรัษฎากรโดยไม่มีค่าตอบแทน 
                     (๘) การแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์กับส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลตามมาตรา ๒ แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะในกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลนั้นมิได้มีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างอื่น นอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนนั้น

                ๔. ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ ๓.๓ ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
  ( ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2543  - 31 ธันวาคม 2545  ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือกำไร  จากอัตราร้อยละ ๓.๓  ลดลงเหลืออัตราร้อยละ ๐.๑๑)  
***  มีพระราชกฤษฎีกา ขยายเวลาลดอัตราภาษี ถึง 31 ธันวาคม 2546

    ข้อมูลจากกรมที่ดิน 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทีมงานกฎหมาย 081 928 0163 วันที่ตอบ 2012-05-27 08:55:34 IP : 124.122.228.131



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.