ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > อยากฟ้อง สำนักงาน กำลังพล ตำร...

อยากฟ้อง สำนักงาน กำลังพล ตำรวจ จะเริ่มอย่างไรดี


มีตำรวจ ยศ ร.ต.ท. จำนวนมาก ร้องขอติดยศ ร.ต.อ. ตามกฎ ก.ตร.ใหม่ที่ออกบังคับใช้เมือ มิ.ย. ปี 2554 แต่ทาง กองกำลังไม่ดำเนินการให้ ร้องขอให้นำเรื่องเข้าพิจารณาที่ ก.ตร.  ก็ดึงเรื่องไม่ดำเนินการให้



ผู้ตั้งกระทู้ ตำรวจน้อย :: วันที่ลงประกาศ 2012-03-05 11:54:14 IP : 118.173.255.158


[1]

ความเห็นที่ 1 (3362149)

 ลองดูตัวอย่างคำสั่งนี้ดูครับ

เรื่อง     คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ
          โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา)

                    ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ในคดีหมายเลขดำที่ ๕๙/๒๕๕๒ หมายเลขแดงที่ ๒๕๐/๒๕๕๒ ของศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง)

/จึงให้พิจารณา

 
                   คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีรับราชการตำแหน่ง นักวิชาการป่าไม้ ๘ ว สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ ***ป่า และพันธุ์พืช 
ทำหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนควบคุมไฟป่า เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ 
ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส ๐๒๐๑.๓/ว ๓๑๘๐ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ แจ้งให้หน่วยงาน
ในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ทราบว่า มีตำแหน่งข้าราชการ ระดับ ๙ ว่างอยู่จำนวน ๑๙ ตำแหน่งจึงให้พิจารณาเสนอรายชื่อข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ ๘ ในสังกัดที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ตำแหน่งละ ๒ ชื่อ และให้กรมหรือสำนักงานอื่น ๆ
 ที่ไม่ใช่เจ้าของตำแหน่งว่างและประสงค์จะเสนอรายชื่อข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ ๘ ในสังกัดที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวข้างต้น สามารถพิจารณาเสนอได้ตำแหน่งละ ๑ ชื่อ ถึง ๒ ชื่อ กรมอุทยานแห่งชาติ ***ป่า และพันธุ์พืช ได้มีหนังสือ ลับ ที่ ทส ๐๙๐๑.๓/๑๒๓๗ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ เสนอรายชื่อข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ ๘ ในสังกัดที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก (ระดับ ๙) ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ
***ป่า และพันธุ์พืช ที่ว่าง จำนวน ๗ ตำแหน่ง ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ พิจารณา ในส่วน
ของตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า (นักวิชาการป่าไม้ 
๙) ได้มีการเสนอชื่อนายศรัณย์ ใจสะอาด นักวิชาการป่าไม้ ๘ ว และผู้ฟ้องคดี เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าว  ต่อมา ผู้ฟ้องคดีทราบว่าคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ 
และระดับ ๑๐ ในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้พิจารณาคัดเลือกให้นายศรัณย์เป็นผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า เรื่องอยู่ในระหว่างเสนอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ 
ออกคำสั่งแต่งตั้ง ผู้ฟ้องคดีจึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๑ ขอความเป็นธรรม
ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพราะเห็นว่าผู้ฟ้องคดีและข้าราชการคนอื่น ๆ อีกหลายคนเป็น
ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า  ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีคำสั่งที่ ๒๕/๒๕๕๑ ลงวันที่ 
๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ เลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ ๘ จำนวน ๖ ราย ตามที่คณะกรรมการฯ เสนอ โดยมิได้มีการพิจารณาทบทวนรายชื่อของผู้ที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามที่ผู้ฟ้องคดีขอความเป็นธรรมแต่อย่างใด ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ และหลักเกณฑ์ วิธีการและขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมและการคัดเลือกเพื่อเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ระดับ ๑๐ และระดับ ๑๑ 
ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๐๗๐๘.๑/ว ๒๒ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๐ ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ถึงประธาน อ.ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

/ผลการพิจารณา

 
และสิ่งแวดล้อม และร้องทุกข์ต่อเลขาธิการ ก.พ. จนถึงวันฟ้องคดีนี้ ผู้ฟ้องคดียังมิได้รับแจ้งผลการพิจารณาคำร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแต่อย่างใด ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล

                   ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนี้

                   ๑. เพิกถอนคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ ๒๕/๒๕๕๑ 
ลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ ตลอดทั้งบัญชีรายละเอียดแนบท้ายคำสั่งดังกล่าวเสียทั้งสิ้น

                ๒. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการพิจารณาบรรจุแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระดับ ๙ เสียใหม่ โดยผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคล
ผู้มีสิทธิได้รับการบรรจุ แต่งตั้ง ให้เป็นข้าราชการในระดับ ๙ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
ต่อผู้ฟ้องคดีตามกฎหมายต่อไปด้วย

/จากประธาน

 
                   ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทราบว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ 
มีคำสั่งที่ ๒๕/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ เลื่อนข้าราชการ ระดับ ๘ ของ
กรมอุทยานแห่งชาติ ***ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ ๙ 
โดยไม่ปรากฏชื่อของผู้ฟ้องคดีให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมีหนังสือลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ร้องทุกข์ต่อประธาน อ.ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีหนังสือลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ร้องทุกข์ต่อเลขาธิการ ก.พ. 
เพื่อขอความเป็นธรรมในกรณีดังกล่าว กรณีถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการร้องทุกข์
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๓ และมาตรา ๑๓๒ และกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ขอให้แก้ไขการปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อ ๔ และข้อ ๕ แล้ว  ดังนั้น ถ้าผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับทราบผลการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ผู้ฟ้องคดีต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ 
อันเป็นวันที่ อ.ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับเรื่องร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้สูงสุดสำหรับการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จ แต่ผู้ฟ้องคดีมิได้ยื่นคำฟ้องภายในระยะเวลาดังกล่าว แม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะอ้างว่าเมื่อผู้ฟ้องคดีเห็นว่าระยะเวลาการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ได้ผ่านไปนาน ผู้ฟ้องคดีก็ได้มีหนังสือลงวันที่ 
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ และวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ สอบถามผลการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์จากประธาน อ.ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเลขาธิการ ก.พ. และผู้ฟ้องคดีก็ยังมิได้รับผลการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ก็ตาม แต่การมีหนังสือสอบถามดังกล่าว
ก็มิได้ทำให้ระยะเวลาการฟ้องคดีต่อศาลสะดุดหยุดลงหรือเริ่มนับใหม่ เมื่อผู้ฟ้องคดีนำคดีมาฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๒ จึงเป็นกรณีที่นำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณาได้ตามข้อ ๓๐ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการ
ในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ แม้คำสั่งที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีอาจมีผลกระทบต่อสถานภาพแห่งสิทธิของข้าราชการในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ ๙ จำนวนหลายคนก็ตาม แต่ผลแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลจะมีผลเฉพาะบุคคลเท่านั้น หาได้ถึงขนาดที่จะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นที่ศาลจะมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาได้  ศาลปกครองชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

                   ผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นที่ไม่รับคำฟ้อง
ไว้พิจารณา ความว่า  การออกคำสั่งของผู้ฟ้องคดีเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม 
และผู้ถูกฟ้องคดีจงใจหน่วงเหนี่ยวเวลาไม่แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีทราบอันเป็น
การปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร  ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นเป็นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

 

 

 

/เจ้าหน้าที่

 
                   ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนและเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งเลื่อนข้าราชการพลเรือนขึ้นแต่งตั้ง
ให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ โดยไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กรณีจึงเป็นการกล่าวหาว่าหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นคดีพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า การฟ้องคดีปกครองจะต้องยื่นฟ้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี หรือนับแต่วันที่
พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอต่อหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและไม่ได้รับหนังสือชี้แจง
จากหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือได้รับแต่เป็นคำชี้แจงที่ผู้ฟ้องคดี
เห็นว่าไม่มีเหตุผล แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะมีบทกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งเลื่อนข้าราชการพลเรือนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ในสังกัด
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๑ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นธรรมจึงมีหนังสือลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม และเลขาธิการ ก.พ. ซึ่งตามข้อ ๑๓ ของ กฎ ก.พ. ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๐)
 
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ขอให้แก้ไขการปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จะต้องพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือร้องทุกข์ แต่ถ้ามีความจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าว 
ให้ขยายเวลาพิจารณาได้อีกไม่เกินสามสิบวัน และหากการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ให้ขยายเวลาพิจารณาได้อีกไม่เกินสามสิบวัน  ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้รับหนังสือร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีฉบับลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๑ เมื่อใด แต่ตามคำฟ้องระบุว่า
ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เพื่อสอบถามผล
การพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รับหนังสือไว้เมื่อวันที่๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ฉะนั้น อย่างช้าที่สุดอันอาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้องทุกข์
ตามระเบียบก่อนวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดีไม่แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ กล่าวคือ ภายในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ เหตุแห่งการฟ้องคดีเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือ
คำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ผู้ฟ้องคดีจึงต้องยื่นฟ้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอ ฯลฯ คือวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ผู้ฟ้องคดีต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาลภายในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ การที่ผู้ฟ้องคดีเพิ่งนำคดีมาฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม๒๕๕๒ จึงเป็นการยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา ๔๙ 
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คำฟ้องที่ยื่น

/ออกจาก

 
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีแล้วให้ศาลมีคำสั่งไม่รับไว้พิจารณาและสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามข้อ ๓๐ วรรคสอง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการ
ในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ศาลปกครองชั้นต้น
มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

                   จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทีมงานกฎหมาย 081 928 0163 วันที่ตอบ 2012-03-08 07:21:19 IP : 124.122.60.214


ความเห็นที่ 2 (3362150)

 ขั้นตอนการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ศึกษาจากที่นี้ก่อนครับ http://www.admincourt.go.th/00_web/02_kadee/02_accuse/02_acc00.htm

ผู้แสดงความคิดเห็น ทีมงานกฎหมาย 081 928 0163 วันที่ตอบ 2012-03-08 07:25:30 IP : 124.122.60.214


ความเห็นที่ 3 (3383919)

 ถ้าจะฟ้องจริงต้องขอดูรายละเอียดก่อนครับ โทรมาคุยกันครับ  0828977152

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายความ (niruj_lawyer0703-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-07-21 13:23:30 IP : 27.130.154.82



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.